มาร์ตี้สุดเศร้าทอฟฟี่พ่ายพาเลซคารัง

555555555555555555555555555555555556518

 

โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ นายใหญ่ เอฟเวอร์ตัน สุดผิดหวังที่ทีมพ่าย คริสตัล พาเลซ คาบ้าน 2-3 แต่ยัน “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ใส่เต็มที่แน่นอนกับ 4 เกมที่เหลือ

โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ ผู้จัดการทีม เอฟเวอร์ตัน เปิดเผยว่า ตนรู้สึกผิดหวังไม่น้อย หลังจากที่ทัพ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” พลิกล็อกแพ้ คริสตัล พาเลซ คารัง กูดิสัน พาร์ค 2-3 ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมา

พาเลซ เล่นได้ดีแบบเหลือเชื่อ เมื่อทำประตูขึ้นนำก่อนถึง 2 ลูกจาก เจสัน พันเชียน นาทีที่ 23 และ สกอตต์ แดนน์ นาทีที่ 49 กระนั้นนาทีที่ 61 เอฟเวอร์ตัน ก็ไล่ขึ้นมาเป็น 1-2 จากผลงานของ สตีเว่น เนสมิธ อย่างไรก็ตาม ทีมเยือนก็หนีห่างอีกจาก คาเมรอน เจโรม นาทีที่ 73 และถึงแม้ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ไล่ขึ้นมาเป็น 2-3 จาก เควิน มิรัลลาส ในนาทีที่ 86 แต่ก็ทำได้แค่นั้น จบเกมทีมของ “มาร์ตี้” แพ้ พาเลซ คาบ้าน ทำให้ยังคงรั้งอันดับ 5 มีคะแนนตามหลัง อาร์เซน่อล ทีมอันดับ 4 แต้มเดียวเหมือนเดิม

“มันเป็นความผิดหวังอย่างแท้จริง ผลการแข่งขันที่ออกมามันเป็นอะไรที่เจ็บปวดมาก ช่วงครึ่งแรกเราเล่นแบบกลัวคู่แข่งเกินไป ซึ่งประตูแรกที่เสียไปถือเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี เราเสียประตูแบบแย่ๆ ทั้ง 3 ลูกเลย”

“ช่วงครึ่งหลังเรากลับมาได้เยี่ยม มันสมบูรณ์แบบมาก แต่โชคร้ายที่เราไม่ได้อะไรจากเกมนี้ กระนั้นเราก็พร้อมสำหรับ 4 เกมที่เหลือ เกมนี้เราพลาดเอง และนั่นเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องเรียนรู้ เราจะพยายามเดินหน้าเก็บคะแนนให้ได้มากที่สุดเท่าที่เราจะสามารถทำได้” มาร์ติเนซ ระบุ

“มอยส์” เตรียมหนาว “ผีแดง” เล็ง “คลอปป์” เสียบกุนซือ สื่อแฉ ถ้าจะเปลี่ยนจริง เอาคนนี้แน่ แต่อาจต้องแย่งกับ “บาร์ซา” ที่อยากได้เหมือนกัน

555555555555555555555555555555555556449

 

“ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งเป้าคว้าตัว เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือหนุ่มไฟแรงของ “เสือเหลือง” ดอร์ตมุนด์ มาคุมทีมแทน เดวิด มอยส์ บิ๊กบอสคนปัจจุบัน ในช่วงปิดฤดูกาลนี้ ถ้าหากสโมสรตัดสินใจจะปลดกุนซือชาวสกอตแลนด์ ออกจากตำแหน่ง

“เดลี มิร์เรอร์” รายงานว่า ถึงแม้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะตกเป็นข่าวกับ หลุยส์ ฟาน กัล เทรนเนอร์ทีมชาติฮอลแลนด์ แต่คนที่ทีมผีแดงต้องการมากที่สุดจริง ๆ ก็คือ คลอปป์ เพราะต้องการให้อยู่สร้างทีมในระยะยาว อีกทั้งเจ้าตัวเองก็อาจจะสนใจย้ายออกไปคุมทีมในต่างแดน เพราะต้องเสียลูกทีมที่ปั้นมากับมือหลายคนให้คู่แข่งอย่าง บาเยิร์น มิวนิก

อย่างไรก็ตาม มีข่าวว่า บาร์เซโลนา ก็ให้ความสนใจอยากได้ตัว คลอปป์ ไปคุมทีมเช่นกัน เพราะเตรียมจะปลด ตาตา มาร์ติโน กุนซือชาวอาร์เจนตินา ที่ทำผลงานไม่ได้ตามเป้า หลังจบฤดูกาลนี้ ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด อาจต้องทุ่มข้อเสนอล่อใจแข่งกับ บาร์ซา.

อัลดอน สมิธ ยอดไลน์แบ๊เกอร์ของซานฟรานน ก่อเรื่องอีกแล้ว โดนจับที่สนามบินแอลเอ หลังตะโกนหลอกตำรวจว่ามีระเบิด

555555555555555555555555555555555556377

 

อัลดอน สมิธ สุดยอดไลน์แบ๊กเกอร์ของซานฟรานซิสโก โฟตีไนเนอร์ส ยังสร้างปัญหาให้กับตัวเองไม่หยุดหย่อน ล่าสุด โดนจับกุมตัวที่สนามบินในลอสแอนเจลิสเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากที่เจ้าตัวขู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตัวเองพกระเบิดในการครอบครอง แต่ไม่มีอยู่จริง

ไลน์แบ๊กเกอร์วัย 24 ปี เดินทางไปที่สนามบินในลอสแอนเจลิส และโดนสุ่มตรวจ ทว่าไม่ให้ความร่วมมือ ก่อนตะโกนบอกเจ้าหน้าที่ว่ามีระเบิดในการครอบครอง จึงโดนจับกุมตัวไป โดน สมิธ ได้วางเงินประกันตัว 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6 แสนบาท) และถูกปล่อยตัวไปในช่วงค่ำของวันเดียวกัน อย่างไรก็ตาม สมิธ มีสิทธิ์จะโดนลงโทษจำคุกถึง 1 ปีเลยทีเดียว หากโดนตัดสินว่าผิดจริง

สำหรับ สมิธ ถือเป็นหนึ่งในสุดยอดไลน์แบ๊กเกอร์ของเอ็นเอฟแอล โดยสมิธ ทำสถิติทีมไว้ 13 แซ็ค ในฐานะรุกกี้ เมื่อปี 2011 ก่อนจะมาทำได้ 19.5 แซ็ก ในปี 2012 ซึ่งถูกเลือกให้ติดทีมออลโปร และ โปรโบวล์ด้วย ทว่าซีซั่น 2013 สมิธ พลาดการลงสนามไป 6 เกม รวมทั้งยังมีปัญหานอกสนามบ่อยครั้ง ทำให้ สถิติตกลงเหลือแค่ 8.5 แซ็ค

สื่อลืออีก “ฟาน กัล” รอดู “เวนเกอร์” ค่อยตัดสินใจเรื่องอนาคต

 

555555555555555555555555555555555556286

     นสพ. ซันเดย์ พีเพิลของอังกฤษ ระบุว่า หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือทีมชาติฮอลแลนด์ ที่จะคุมทีมแค่จบฟุตบอลโลก 2014 และมีข่าวกับทั้ง ทอตแนม ฮอทสเปอร์ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังรอการตัดสินใจของ อาร์เซน เวนเกอร์ ว่าจะอยู่คุมทีมต่อหรือไม่ ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะไปคุมทีมไหนในอนาคต

สเปอร์ส ให้ความสนใจ ฟาน กัล เป็นทีมแรก ก่อนมีข่าวลือตามมาอีกระลอกว่า แมนฯ ยูฯ ก็สนใจดึงตัวกุนซือรายนี้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูฯ ได้ปฎิเสธข่าวลือที่ว่าได้แอบเจรจาอดีตนายใหญ่ บาเยิร์น ซึ่งเป็นที่เชื่อกันว่า ฟาน กัล ใช้ แมนฯ ยูฯ เพียงเพื่อปกปิดเจตนาที่แท้จริงก่อนเจรจากับ สเปอร์ส เท่านั้น

กาซียาสเชื่อชุดขาวจะต้องคิดถึงโด้

 

555555555555555555555555555555555556238

อีเกร์ กาซียาส ยอดนายทวาร เรอัล มาดริด เชื่อต้นสังกัดจะต้องคิดถึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แบบสุดๆ แน่นอน แต่แอบหวังเจ้าตัวจะฟิตทันช่วย “ราชันชุดขาว” ทำศึกนัดชิงดำ โกปา เดล เรย์ กลางสัปดาห์หน้า


อีเกร์ กาซียาส
ผู้รักษาประตูกัปตันทีม เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่ ลา ลีกา สเปน เชื่อว่า ต้นสังกัดของตนจะต้องคิดถึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าคนสำคัญชาวโปรตุกีส อย่างแน่นอน หลังจากที่ตอนนี้เจ้าตัวกำลังโดนอาการบาดเจ็บตรงหัวเข่าเล่นงาน จนอาจจะอดลงสนามช่วยทัพ “ราชันชุดขาว” ในเกม โกปา เดล เรย์ รอบชิงชนะเลิศ กับ บาร์เซโลน่า วันพุธที่ 16 เมษายนนี้

ปัญหาบาดเจ็บดังกล่าวทำให้ โรนัลโด้ อดลงสนามช่วย เรอัล มาดริด ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดสอง ที่ทีมบุกไปแพ้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 0-2 เมื่อวันอังคารที่ 8 เมษายน ที่ผ่านมา (แต่ เรอัล มาดริด ก็เข้ารอบตัดเชือกด้วยสกอร์รวม 2 นัด 3-2) และก็รวมถึงเกมลีกนัดที่จะเปิดรัง ซานติอาโก เบร์นาเบว รับมือ อัลเมเรีย วันเสาร์ที่ 12 เมษายนนี้ด้วย กระนั้น กาซียาส หวังว่า สตาร์ทีมชาติโปรตุเกสวัย 29 ปี จะคัมแบ็กช่วยต้นสังกัดได้ในเกมสำคัญช่วงกลางสัปดาห์หน้า

“เขาจะต้องเป็นที่คิดถึงแน่นอน เราไม่สามารถใช้งานเขาได้ในเกมวันพรุ่งนี้ (วันเสาร์) และก็อาจจะรวมถึงเกมนัดชิงฯ บอลถ้วยด้วย การมีเขาอยู่ในทีมและจำนวนประตูที่เขาทำให้กับเรานั้นมีความสำคัญอย่างมาก เขาเท่านั้นที่จะรู้ว่า ตัวเขาเองพร้อมสำหรับเกมนัดชิงฯ บอลถ้วยหรือเปล่า”

“ถ้าเขามีโอกาสดีขึ้น เขาก็จะเป็นคนแรกที่รู้เรื่องนี้ เกมวันพรุ่งนี้เขาจะไม่ได้ลงเล่นแน่นอน แต่ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เราจะสามารถเก็บชัยชนะได้ เราต้องการชัยชนะเพื่อที่จะกลับไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงอีกครั้ง” ยอดมือกาวทีมชาติสเปนวัย 32 ปี ระบุ

หงส์ปลื้ม!บีร็อด-เจิด-ซัวเรซซิวยอดเยี่ยมมี.ค.

555555555555555555555555555555555556190

 

ชั่วโมงนี้คงไม่มีแฟน บอลทีมไหนมีความสุขเท่ากับบรรดาสาวก “เดอะ ค็อป” อีกแล้ว หลัง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส, สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ หลุยซ์ ซัวเรซ ควงแขนกันคว้ารางวัลผู้จัดการทีม และนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา โดยรางวัลหลังต้องยกให้ทั้งสองคน เพราะทำผลงานเยี่ยมจนตัดสินไม่ได้ว่าใครเจ๋งกว่ากัน

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ผงาดคว้ารางวัลกุนซือยอดเยี่ยมของศึก พรีเมียร์ลีก ประจำเดือนมีนาคม จากการประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ 11 เมษายน ที่ผ่านมา หลังจากนำทัพ “หงส์แดง” เก็บชัย 5 นัดรวดเมื่อเดือนที่แล้ว และเป็นคว้ารางวัลครั้งที่สองของนายใหญ่ชาวไอร์แลนด์เหนือ ในฤดูกาลนี้

ขณะ ที่นักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนมีนาคม ตกเป็นของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ หลุยซ์ ซัวเรซ สองกำลังหลัก “หงส์แดง” ที่ได้รางวัลร่วมกัน จากการทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม หลัง ลิเวอร์พูล ทำได้ถึง 18 ประตู จากการเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-0, ชนะ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 6-3, ถล่ม เซาธ์แฮมป์ตัน 3-0, ต้อน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 4-0 และเฉือน ซันเดอร์แลนด์ 2-1

ทั้งนี้ เจอร์ราร์ด ได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนเป็นครั้งที่ 6 แล้วในอาชีพ ขณะที่ ซัวเรซ ได้เป็นครั้งที่สองในฤดูกาลนี้

คิดดีแล้ว!มอยส์ยันไม่ผิดส่งรูนบู๊เสือแม้ยังเดี้ยง

555555555555555555555555555555555556133

 

เดวิด มอยส์ กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยันคิดดีแล้วที่ส่ง เวย์น รูนี่ย์ ดาวยิงตัวเก่ง ลงเป็น 11 คนแรกเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดสอง ที่ปราชัยต่อ บาเยิร์น มิวนิค 1-3 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา แต่รับหัวหอกทีมชาติอังกฤษ เล่นได้ไม่เต็มที่นักโดยเฉพาะในจังหวะเตะบอล แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นและจำเป็นที่ต้องส่งลงสนาม

เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำแห่งศึก พรีเมียร์ลีก ออกมายืนยันว่าตัดสินใจถูกต้องแล้วที่ส่ง เวย์น รูนี่ย์ กองหน้าคนเก่ง ลงสนามเป็นตัวจริงในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดสอง ที่บุกไปพ่าย บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่ของเยอรมัน 1-3 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา แม้จะยอมรับว่าดาวยิงทีมชาติอังกฤษ มีปัญหาและไม่อาจเตะลูกบอลได้แบบเต็มเหนี่ยวร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม

กุน ซือวัย 50 ปี ตัดสินใจหนีบหัวหอกวัย 28 ปี ติดทีมไปเล่นที่เยอรมันด้วย แม้เจ้าตัวจะต้องฉีดยาระงับอาการปวดจากอาการเจ็บที่นิ้วเท้า ซึ่งได้รับจากเกมนัดแรกที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ที่เสมอ “เสือใต้” 1-1 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จนไม่ได้ลงสนามในเกม พรีเมียร์ลีก ที่บุกชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 4-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

กุน ซือชาวสกอตต์ กล่าวในการแถลงข่าวหลังจบเกมว่า “ผมค่อนข้างกังวลที่ เวย์น ไม่ได้ลงฝึกซ้อมกับทีมตลอดสัปดาห์นี้เลย และเขาก็ต้องฉีดยาระงับอาการปวด บางครั้งมันก็ดูเหมือนว่า เขาต้องอดทนพอสมควรในการเตะบอล”

มอยส์ ยังเผยด้วยว่า เหตุที่ตัดสินใจให้ รูนี่ย์ ลงเล่นจนครบ 90 นาทีในเกมนี้ และเจ้าตัวก็มีโอกาสจะแจ้งถึง 2 ครั้งในการส่งบอลผ่านมือ มานูเอล นอยเออร์ ประตูเจ้าถิ่น ก็เป็นเพราะรู้สึกว่า ทีมต้องมีกองหน้าคนสำคัญอยู่ในสนามไว้ก่อน เนื่องจากไม่มีทั้ง โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ กองหน้าทีมชาติฮอลแลนด์ ที่บาดเจ็บเข่า และ ฆวน มานูเอล มาต้า เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติสเปน ที่ติดคัพไท

“เขาเป็นผู้เล่น คนสำคัญของเรา เขาคือคนสำคัญมากโดยเฉพาะการที่เราไม่มี โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ในตอนนี้ เขามีโอกาสอยู่ 2 ครั้งแต่ไม่สามารถคว้าโอกาสได้” มอยส์ เผย

การ ตกรอบถ้วยบิ๊กเอียร์ในฤดูกาลนี้ ทำให้ “ปีศาจแดง” มีโอกาสที่จะไม่ได้ลงเล่นใน แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรก ตั้งแต่ฤดูกาล 1995-96 เนื่องจากมีคะแนนตามอันดับ 4 อย่าง อาร์เซน่อล ถึง 7 คะแนน และเหลือเกมใน พรีเมียร์ลีก อีกแค่ 5 นัดเท่านั้น

ขณะ ที่ ฟิล โจนส์ กองหลัง “เร้ด เดวิลส์” กล่าวว่า “มันสำคัญมากที่เราต้องกลับมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องได้เล่นใน แชมเปี้ยนส์ ลีก”

นอกจาก นี้ แนวรับวัย 22 ปี ยังยอมรับรู้สึกยอดเยี่ยมเช่นกันที่ได้ลงเล่นรอบ 8 ทีมในถ้วยยุโรปใบใหญ่เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยระบุว่า “ค่ำคืนแบบนี้ไม่ได้เวียนมาบ่อยครั้งนัก พวกเขาทำให้คุณต้องมองย้อนกลับมาและคิดว่า “นี่เวลาผ่านมาเท่าไหร่แล้ว” คุณต้องการเล่นกับทีมที่ดีที่สุด และต้องการที่จะทดสอบตัวเองกับทีมที่ดีที่สุดอยู่แล้ว”

 

“เสือใต้” แกร่งสมราคา เมื่อเปิดถ้ำขย้ำ “ผีแดง” สบายเกือก 3-1 ลิ่วตัดเชือก แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยประตูรวม 4-2

555555555555555555555555555555555556114

 

ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัด 2 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา บาเยิร์น มิวนิก แชมป์เก่าจากเยอรมนี เปิดสนาม อัลลิอันซ์ อารีนา รับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากอังกฤษ โดยครึ่งแรกเป็นเจ้าถิ่นที่เปิดเกมลุยอยู่ข้างเดียว แต่ยังไม่สามารถเจาะแนวรับของทีมเยือนเข้าไปทำประตูได้จึงเสมอกันอยู่ 0-0

เข้าสู่ครึ่งหลังเกมเริ่มเปิดมากขึ้น นาทีที่ 57 ปาทริซ เอวรา กดเต็มข้อจากหน้ากรอบเขตโทษให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกนำก่อน 1-0 ทว่า บาเยิร์น ไม่ยอม และรัวคืนทีเดียว 3 ประตูรวดจาด มาริโอ มานด์ซูคิช นาทีที่ 59, โธมัส มุลเลอร์ นาทีที่ 68 และอาร์เยน ร็อบเบน นาทีที่ 76 จากนั้นไม่มีใครทำอะไรกันได้อีกจบเกม “เสือใต้” จึงชนะ “ผีแดง” 3-1 ผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกด้วยประตูรวม 2 นัด 4-2.

เบลย้ำจะไม่เปลี่ยนสไตล์การเล่นเด็ดขาด

555555555555555555555555555555555556040

 

แกเร็ธ เบล ริมเส้นตัวจี๊ด เรอัล มาดริด ยันจะไม่เปลี่ยนสไตล์การเล่นที่เป็นเอกลักษณ์แน่ๆ แม้อาจสุ่มเสี่ยงกับโรคเดี้ยงก็ตาม ย้ำเล่นในสเปนสบายบรื๋อ แฮปปี้สุดๆได้เล่นและซ้อมกับนักเตะระดับโลกทุกวัน


แกเร็ธ เบล
ปีกความเร็วสูง เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่ ลา ลีกา สเปน ยืนยันว่าตนจะไม่เปลี่ยนแนวทางการเล่นที่มุทะลุดุดันแบบนี้แน่ แม้จะเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บก็ตาม หลังย้ายมาจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทีมดังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อซัมเมอร์ปีที่แล้ว ก่อนระเบิดฟอร์มยิง 13 ประตู พร้อมผ่านบอลให้เพื่อนยิงได้อีก 13 ประตู จากการลงสนามในลีก 24 นัด แต่ก็ต้องเผชิญกับอาการเดี้ยงเป็นระยะๆมาตลอด

เบล กล่าวว่า “ผมไม่ได้เปลี่ยนรูปแบบการเล่นของผม ในสเปนนั้นมีการครองบอลมากกว่า แต่รูปแบบการเล่นของผมไม่ได้เปลี่ยนไปมาก และผมก็รู้สึกสบายมากด้วย มันยอดมากที่ได้เล่นกับผู้เล่นอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ คาริม เบนเซม่า แต่แน่นอนว่ามันไม่ใช่เพียงแค่เราสามคนเท่านั้น ผมไม่สามารถเลือกช่วงเวลาใดได้เลย แต่ในระดับส่วนตัวนั้น การทำแฮตทริกที่ เบร์นาเบว สำคัญสุดๆสำหรับผม”

“พวกเราเข้าชิงบอลถ้วย และผมหวังว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดของฤดูกาลจะขยายออกไปอีก พวกเรากำลังตั้งตารอที่จะเจอกับเกมเหล่านั้น ผมไม่สามารถพูดถึงผู้เล่นคนที่เหลือได้หมด ทุกคนที่นี่ทำให้ผมประทับใจ และผมก็มีความสุขในทุกๆ นาที มันยอดมากที่ได้ซ้อมกับนักเตะระดับโลกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เพราะมันช่วยให้ผมพัฒนาและทำให้ผมเป็นผู้เล่นที่ดีขึ้นได้” อดีตผู้เล่น เซาธ์แฮมป์ตัน ทิ้งท้าย

 

ทีมยัดห่วงยูคอนน์ อาศัยเกมรับสุดเหนียว เอาชนะ เคนตัคกี คว้าแชมป์ยัดห่วงสหรัฐไปครองเป็นสมัยที่ 4

555555555555555555555555555555555555968

 

ศึกบาสเกตบอลชายชิงแชมป์ระดับมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกา (เอ็นซีดับเบิ้ลเอ) รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามเอทีแอนด์ที สเตเดี้ยม ในเมืองอาร์ลิงตัน รัฐเท็กซัส เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมา “ยูคอนน์” คอนเน็ตติกัต ฮัสกี อาสัยเกมรับอันยอดเยี่ยม เฉือนชนะ เคนตัคกี ไวลด์แคตส์ 60-54 คะแนน คว้าแชมป์ไปครองเป็นสมัยที่ 4

ยูคอนน์ เล่นเกมรับได้อย่างสุดยอด จนทำให้ เคนตัคกี มีเปอร์เซนต์ชู้ตฟิลด์โกล์แค่ 39.1 เปอร์เซนต์ เท่านั้น แถมเกมนี้ยังได้ ชาบาซซ์ นาเปียร์ การ์ดจ่ายตัวเก่ง ทำคนเดียว 22 คะแนน จึงคว้าแชมป์ไปครอง เป็นสมัยที่ 4 หลังจากที่เคยได้แชมป์เมื่อปี 1999, 2004 และ 2011 พร้อมทำสถิติชนะ 4 เกมรวดในรอบชิงชนะเลิศ